ข่าวประชาสัมพันธ์
รมช.ศธ. “อัครนันท์” เปิดเวทีรับฟังความเห็นเยาวชนลูกเสือไทย
รมช.ศธ. “อัครนันท์” เปิดเวทีรับฟังความเห็นเยาวชนลูกเสือไทย ชู “ลูกเสือ” คือทักษะชีวิตนอกตำรา มุ่งสร้างเยาวชนจิตอาสา สู่สังคมแห่งการบำเพ็ญประโยชน์
เมื่อวันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ณ หอประชุมค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่พบปะและรับฟังความคิดเห็นจากเยาวชนลูกเสือไทย พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการพัฒนากิจการลูกเสือให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะชีวิต การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง การสร้างเครือข่ายมิตรภาพข้ามวัฒนธรรม และส่งเสริมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการเผยแพร่พลังจิตอาสา ภายใต้แนวคิด “ทำความดีด้วยหัวใจ”
ในการนี้ มี ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, ผศ.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ, นางสาวพลอย ธนิกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายปารมี ไวจงเจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ, นายเสริมฤทธิ์ หวายฤทธิ์ธนกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่รองเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ, นายเอกราช ชวีวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่รองเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารและเยาวชนลูกเสือไทยจากทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง
นายอัครนันท์ กล่าวว่า “วิชาลูกเสือ” คือทักษะชีวิตที่มีคุณค่าและไม่สามารถเรียนรู้ได้จากตำราเพียงอย่างเดียว เพราะกิจกรรมลูกเสือเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น สร้างมิตรภาพ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และฝึกฝนการทำงานเป็นทีม การเข้าค่ายและกิจกรรมลูกเสือในปัจจุบันจึงควรมุ่งเน้นการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน สร้างภาวะผู้นำ ความรับผิดชอบ และจิตสาธารณะ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยังกล่าวชื่นชมเยาวชนลูกเสือที่ร่วมบำเพ็ญประโยชน์และเผยแพร่กิจกรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงเทศกาลและโอกาสต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “หัวใจของลูกเสือ คือการทำความดีด้วยหัวใจ” การเสียสละเพื่อส่วนรวมเป็นคุณค่าที่สร้างความภาคภูมิใจและคุณค่าทางจิตใจที่ไม่อาจประเมินเป็นมูลค่าได้ พร้อมทั้งระบุว่า แม้เยาวชนลูกเสือจะมาจากต่างจังหวัด ต่างวัฒนธรรม และต่างศาสนา แต่กิจกรรมลูกเสือสามารถหล่อหลอมให้เกิดมิตรภาพ ความเข้าใจ และการเรียนรู้ร่วมกันได้อย่างแท้จริง
นายอัครนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจการลูกเสือไทยมีประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แม้ในอดีตลูกเสือจะมีบทบาทสำคัญในการปกป้องประเทศยามวิกฤต แต่ในโลกยุคปัจจุบัน บทบาทสำคัญที่สุดของลูกเสือคือการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อผู้อื่น การปลูกฝังจิตอาสา และการพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ซึ่งกิจกรรมของสภาเยาวชนลูกเสือไทยจะเป็นเวทีสำคัญในการหล่อหลอมผู้นำรุ่นใหม่ของประเทศ
ในช่วงท้าย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้กำลังใจผู้บริหารกิจการลูกเสือและผู้แทนเยาวชนลูกเสือจากทุกจังหวัด พร้อมเชิญชวนให้ร่วมกันเผยแพร่เรื่องราวและกิจกรรมสร้างสรรค์ของลูกเสือผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้สังคมเห็นถึงคุณค่าและบทบาทของลูกเสือไทยในฐานะองค์กรที่สร้างคนดี มีจิตอาสา และบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม โดยย้ำว่า “ลูกเสือไม่ได้มีเพียงการสวมเครื่องแบบ แต่คือการเรียนรู้ที่จะเป็นคนดี และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต”










